เด็กสาววัย 13 ถูก 5 นักเรียนชายลากไปล่วงละเมิดในห้องคอมฯ โรงเรียน

ข่าวสด
Share on facebook
Share on twitter

เกิดเหตุสลดใจเมื่อ ด.ญ.วัย 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 ถูกเด็กนักเรียนชาย 5 คน ซึ่งมีหัวโจกอายุ 17 ปี ฉุดลากไปล่วงละเมิดทางเพศหลังห้องเรียนคอมพิวเตอร์ จากนั้นไม่นาน แม่และพี่สาวของ ด.ญ.ผู้ถูกกระทำทราบเรื่อง จึงเข้าร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี

วันนี้ 3 พ.ย. 63 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเด็กและสตรี พา นางมิ่ง และ ด.ญ.มุ่ย (ทั้งสองนามสมมุติ) อายุ 13 ปี ผู้เสียหาย มาแจ้งความดำเนินคดีกับนักเรียนชายทั้ง 5 คน ที่ สน.บางยี่ขัน นางมิ่ง(พี่สาว) เล่าว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา มีคุณครูโทรมาบอกตนว่าให้เข้ามาพบครูที่โรงเรียนหน่อย มีเรื่องด่วน แต่ ณ เวลานั้น ตนไม่สะดวก จึงให้สามีไปที่โรงเรียนก่อน ตอนแรกคิดว่าลูกอาจจะแค่โดดเรียนจากนั้น สามีได้โทรกลับมาบอกว่า ลูกสาวถูกนักเรียนชาย 5 คน ล่วงละเมิดทางเพศ

พฤติการณ์คือ นายเอ อายุ 17 ปี หัวโจกของห้อง พร้อม ด.ช.บี , ด.ช.ซี , ด.ช.ดี ,และ ด.ช.อี (ผู้ก่อเหตุ อายุประมาณ 13-14 ปี ทุกคนนามสมมุติ) ทั้งหมดเข้ามาฉุดลาก ด.ญ.มุ่ย จากโต๊ะเรียน พาไปที่หลังห้องเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ เพื่อไปล่วงละเมิดทางเพศ โดยมีการฉุดลาก ด.ญ.มุ่ย ไปถึง 2 ครั้ง แต่ ด.ญ.มุ่ย ดิ้นและกรี๊ดจนหลุดออกมาได้ แต่เด็กนักเรียนทั้ง 5 คน ยังเข้ามาฉุดไปล่วงละเมิดซ้ำอีก จนสุดท้ายเด็กหญิงนอนเปลือยกายท่อนล่างอยู่ในที่เกิดเหตุ ก่อนที่นักเรียนชายทั้ง 5 คน ได้แยกย้ายกันไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พฤติการณ์คือ นายเอ อายุ 17 ปี หัวโจกของห้อง พร้อม ด.ช.บี , ด.ช.ซี , ด.ช.ดี ,และ ด.ช.อี (ผู้ก่อเหตุ อายุประมาณ 13-14 ปี ทุกคนนามสมมุติ) ทั้งหมดเข้ามาฉุดลาก ด.ญ.มุ่ย จากโต๊ะเรียน พาไปที่หลังห้องเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ เพื่อไปล่วงละเมิดทางเพศ โดยมีการฉุดลาก ด.ญ.มุ่ย ไปถึง 2 ครั้ง แต่ ด.ญ.มุ่ย ดิ้นและกรี๊ดจนหลุดออกมาได้ แต่เด็กนักเรียนทั้ง 5 คน ยังเข้ามาฉุดไปล่วงละเมิดซ้ำอีก จนสุดท้ายเด็กหญิงนอนเปลือยกายท่อนล่างอยู่ในที่เกิดเหตุ ก่อนที่นักเรียนชายทั้ง 5 คน ได้แยกย้ายกันไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังเกิดเหตุ ด.ญ.มุ่ย กับเพื่อนสนิท พากันไปแจ้งเรื่องกับครูฝ่ายปกครองให้ทราบ ก่อนที่ครูจะเรียกนักเรียนชายทั้ง 5 คน มาสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมเรียกผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายมารับทราบเรื่อง ซึ่งนักเรียนชายทั้ง 5 คนให้การรับสารภาพ

ต่อมา 28 ต.ค.63 โรงเรียนได้นัดผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายไปเจรจากัน โดยตนไม่รู้ว่าทางโรงเรียนได้เตรียมข้อบันทึกตกลงที่มีข้อความระบุว่า นักเรียนชายทั้ง 5 คน ให้การรับสารภาพ และฝ่ายนักเรียนชายพร้อมผู้ปกครอง 5 ครอบครัว จะนำพวงมาลัยดอกไม้ มากราบขอขมา แม่ของ ด.ญ.มุ่ย แลกกับการไม่ดำเนินคดี ทั้งทางแพ่ง และทางอาญา

ส่วนทางโรงเรียนจะทำการหักคะแนนความประพฤตินักเรียนชายทั้ง 5 คน คนละ 35 คะแนน พร้อมทำทัณฑ์บน หากมีการกระทำความผิดเพิ่มเติมโรงเรียนจะดำเนินการย้ายสถานศึกษา จากเหตุการณ์นี้ พี่สาวของ ด.ญ.มุ่ย ไม่พอใจและไม่ยอมรับข้อเสนอ จึงตัดสินใจมาขอให้มูลนิธิปวีณาฯ พาแจ้งความขอความเป็นธรรม และจะได้ไม่เกิดเรื่องเลวร้ายกับนักเรียนหญิงคนอื่นอีก

ด้าน นางปวีณา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมบ้านเราในปัจจุบัน ต้องดังนั้น จำเป็นที่จะต้องมีมาตราการป้องกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง มิใช่ปกปิดปัญหาก็จะไม่จบ โดยทางโรงเรียนจะต้องรายงานไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ให้ลงมาแก้ไขปัญหา ไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ทั้งนี้ จะได้ประสานไปยัง ผู้แทน กระทรวงศึกษา ดร.ชนะ สุ่มมาตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน สพฐ. เพื่อให้ ด.ญ.มุ่ย และผู้ปกครอง เข้าพบ รับทราบเรื่องและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเพื่อแก้ปัญหาและป้องกันเหตุการล่วงละเมิดทางเพศเด็กในโรงเรียนต่อไป

ส่วน พ.ต.อ. ฤทธิชัย ช่างคำ ผกก.สอบสวน บก.น.7 เผยว่า คดีนี้ผู้กระทำผิดเป็นเยาวชน ต้องให้นักสหวิชาชีพ มาสอบปากคำเด็กทั้ง 2 ฝ่าย แต่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน ได้รับเรื่องดังกล่าวนี้แล้ว โดยจะเรียกผู้ปกครองของเด็กชายทั้ง 5 คน มาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน และสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องต่อศาลเยาวชน ต่อไป

ข่าวล่าสุด

หมวดข่าว : อาชญากรรม