ราคามาแล้ว ฮาว้าว! GWM HAVAL H6 HYBRID

GWM HAVAL H6 HYBRID

ขอบคุณรูปจาก : ไทยรัฐ

Share on facebook
Share on twitter

หลังจากง้างมานาน วันนี้ (28 มิถุนายน 2564) GWM ได้ฤกษ์งามยามดี เปิดราคารถยนต์อเนกประสงค์ Haval H6 เวอร์ชั่นไฮบริด ถือเป็นรถครอสโอเวอร์ครอบครัวแบบสี่ที่นั่งที่มีราคาน่าประทับใจ โดยรายละเอียดของรุ่นและราคา มีดังต่อไปนี้

Haval H6 Hybrid PRO ราคา 1,149,000 บาท
Haval H6 Hybrid Ultra ราคา 1,249,000 บาทด

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชุดอุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจแบบอากาศบริสุทธิ์ PAPR (Powered Air Purifying Respirator) รุ่น Easy Clean ให้แก่โรงพยาบาลประจำจังหวัดในสังกัด สธ. 76 จังหวัด จังหวัดละ 6 ชุด รวมจำนวนทั้งสิ้น 456 ชุด เพื่อปกป้องคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID

HAVAL H6 Hybrid SUV ออกแบบรูปลักษณ์ในสไตล์ยานยนต์ยุโรป เมื่อสังเกตส่วนหน้าของรถ มีความลงตัวใช้ได้ รูปลักษณ์ดูทันสมัย จากดีไซน์ของชุดกระจังหน้าทรงตะแกรงที่อิงกับสไตล์ของรถยุโรป กระจัง พลาสติกสีเงิน มีรูปแบบคล้ายเกล็ดปลาที่ถูกเรียงทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ (แบบเดียวกับกระจังของ Lexus บางรุ่น) สัญลักษณ์ HAVAL สีเงิน ติดตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางบริเวณด้านบนของตัวกระจัง พลาสติกสีโครเมียม สำหรับรุ่นท็อปอย่าง Ultra แตกต่างไปจากรุ่น Pro ที่มีราคาถูกกว่า โดยใช้พลาสติกสีดำเงา กันชนหน้า มีรายละเอียดที่ซับซ้อน ด้วยรูปแบบของกันชนในรถยนต์สมัยใหม่ ที่ถูกผนวกให้เป็นชุดเดียวกับกระจังหน้า มีช่องรับอากาศเข้าไประบายความร้อนในห้องเครื่องยนต์ บริเวณมุมทั้งสองข้างของกันชน ติดตั้งไฟตัดหมอก LED ไฟหน้าและไฟหรี่กลางวัน LED Daytime running Light ทรงของไฟหน้าใน H6 Hybrid เชื่อมต่อกับเส้นของฝากระโปรงหน้า ไปจนถึงขอบของแก้มข้าง โป่งซุ้มล้อ ถูกดึงออกด้านข้างเล็กน้อย เพื่อปรับให้แก้มข้างและโป่งซุ้มล้อสอดรับกับล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 18-19 นิ้ว สำหรับรุ่น Ultra ใส่ล้อขอบ 19 นิ้ว ยางติดรถจากโรงงาน Goodyear Efficientgrip Performance SUV ไซส์ 225/55 R19 99V

GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID

เป้าหมายในการออกแบบให้ห้องโดยสารมีความโปร่งโล่ง Haval H6 จึงมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ โดยมีความสูงมากกว่า MG HS เล็กน้อย ทรงของด้านข้างตัวรถแสดงออกถึงความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์เต็มรูปแบบ หลังคากระจกแบบ Panoramic Roof ทำงาน เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า กรอบกระจกมองข้างสีทูโทน ใช้สีตัวถังด้านบนของกรอบกระจกมองข้าง ส่วนด้านล่างเป็นพลาสติกสีดำ เส้นด้านข้างตัวถังที่ชัดเจน ลากจากขอบของไฟหน้า ยาวไปจนถึงขอบของไฟท้าย กรอบกระจกบานประตูทั้งสี เดินเส้นด้วยชิ้นงานสีโครเมียม มือจับที่เปิดประตูสีเดียวกับตัวถัง แรคหลังคาสำหรับยึดติดกับสัมภาระหรือติดตั้งกล่องหลังคาของทูเล่ย์ เสาท้าย มีดีไซน์ที่คล้ายกับ Honda CR-V เปิดพื้นที่ของกระจกด้านข้าง เพื่อสร้างบรรยากาศที่โปร่งโล่ง

GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID

มิติตัวถังของ GWM Haval H6 Hybrid มีขนาดความยาว 4,653 มิลลิเมตร กว้าง 1,886 มิลลิเมตร สูง 1,724 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,738 มิลลิเมตร ระยะห่างของล้อคู่หน้าและหลัง 1,631 / 1,640 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 175 มิลลิเมตร ความจุถังเชื้อเพลิง 61 ลิตร (ในเอกสารข้อมูลรายละเอียดของตัวรถยังคงไม่ได้ระบุน้ำหนัก แต่คาดว่า น่าจะอยู่ที่ 1,780 -1,850 กิโลกรัม) รุ่น Pro ใส่ล้ออัลลอย ขอบ 18 นิ้ว ส่วนรุ่นสูงสุด Ultra ซึ่งมีราคาแพงกว่า ใส่ล้อ 19 นิ้ว ยาง Goodyear Efficientgrip Performance SUV ไซส์ 225/55 R19 99V

GWM HAVAL H6 HYBRID

บั้นท้ายมีการผสมผสานรูปแบบของไฟท้ายที่คล้ายกับ Porsche Macan แถบไฟท้ายพาดยาว เชื่อมไฟท้ายทั้งสองฝั่งจากซ้ายจรดขวา LED taillight strip ฝาท้ายระบบไฟฟ้า ช่วยอำนวยความสะดวกไม่ต้องออกแรงยกฝาท้ายเหมือนเอสยูวีบางรุ่น ไฟท้ายพลาสติกสีแดงอมชมพูอย่างสวย ใช้หลอดไฟท้าย ทั้งไฟหรี่ ไฟเบรกและไฟถอยหลังเป็นแบบ Full LED ทั้งหมด กึ่งกลางของฝาท้ายตกแต่งคาดกลางด้วยชิ้นงานพลาสติกโครเมียม สัญลักษณ์ GWM ที่มุมด้านขวาและคำว่า H6 HEV ที่มุมด้านซ้ายของฝาท้าย ไฟเบรกดวงที่สามหลอด LED ยกขึ้นไปติดอยู่บนขอบของสปอยเลอร์หลัง เพื่อมุมมองที่ชัดเจนจากตำแหน่งของการติดตั้ง กระจกฝาท้ายมีใบปัดน้ำฝนเล็กๆ ติดมาให้ใช้งาน กันชนหลังบริเวณมุมทั้งสองข้างติดตั้งพลาสติกสะท้อนแสงมัลติรีเฟลกเตอร์ ชายล่างของชุดกันชนหลังติดตั้งพลาสติกกันกระแทกสีดำ พร้อมตำแหน่งของเซนเซอร์หลัง 4 จุด ท่อระบายไอเสียมองไม่เห็นเนื่องจากมีการออกแบบให้ชิ้นงานพลาสติกที่ปิดทับชายล่างของชุดกันชนหลังคลุมปิดตัวท่อที่อยู่ด้านล่างจนมองไม่เห็น

GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID

เมื่อ MG ปรับงานตกแต่งภายในจนทำให้ HS กลายเป็นรถอเนกประสงค์รุ่นขายดี จากรูปแบบของงานดีไซน์ภายในที่เน้นความหรูหรา มีการปรับวัสดุภายในให้ดีกว่ารถญี่ปุ่นบางแบรนด์ ทำให้ HS เป็นรถที่มีห้องโดยสารหรูหราหมาเห่าเอาเรื่อง พอมาถึงคู่แข่งอย่าง H6 ค่าย GWM ก็ไม่ยอมน้อยหน้าในด้านความพยายาม โดยมีการออกแบบภายในของ H6 Hybrid ให้มีความพรีเมียมน่าใช้งาน นับเป็นจุดเด่นและกลายมาเป็นจุดขายหลักของรถยนต์จากประเทศจีนในปัจจุบันเลยทีเดียว ภายใน ที่แซงหน้ารถญี่ปุ่นไปไกลในเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ HAVAL H6 Hybrid ใช้งานดีไซน์ภายในแบบ 360 องศา จากแนวคิด Future Intelligent Cockpit หรือห้องโดยสารแบบอนาคตพร้อมนวัตกรรมใหม่ที่คอยอำนวยความง่ายในการใช้งาน เพื่อสร้างสุนทรียภาพให้กับสัมผัสของอุปกรณ์ภายใน การเลือกใช้โทนสีและวัสดุ พวกหนังสังเคราะห์ ผ้า พลาสติกและโลหะที่ทำออกมาได้อย่างสวยงาม ห้องโดยสารของ H6 Hybrid มีความคล้ายกับ Range Rover evoque การเชื่อมต่อของหน้าจอทั้ง 3 Head Up Display (HUD) เน้นไปที่ความคมชัดและความละเอียด เพื่อทำให้สังเกตได้ง่าย

GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID

จุดเด่น การใช้งานภายในห้องโดยสารของ H6 ก็คือ จอภาพแสดงข้อมูลและมาตรวัด รวมถึงกราฟิกที่แสดงผลของระบบต่างๆ จอภาพมาตรวัด ใช้จอภาพ TFT LCD Multi Information Display ความละเอียดสูง ขนาด 10 นิ้ว ส่วนจอภาพมอนิเตอร์กลางที่เปรียบเหมือนกับ mainframe computer เป็นจอภาพสั่งงานด้วยระบบสัมผัส พร้อมเสียงคลิก ขณะที่แตะบริเวณจอภาพเพื่อสั่งงาน จอ Intelligent Multimedia Touchscreen ขนาด 12 นิ้ว ในรุ่น ULTRA ซึ่งเป็นหน้าจอมัลติมีเดีย ควบรวมการแจ้งค่าและการปรับตั้งต่างๆ ระบบนำทางด้วยดาวเทียม การปรับตั้งระบบความปลอดภัย กล้องมองรอบตัวรถความละเอียดสูง พร้อมเส้นระนาบในการกะระยะ ในจุดนี้ ถือว่า GWM มีความตั้งใจ และทำออกมาได้ดี โดยเฉพาะความเสถียรขณะใช้งาน ไม่มีอาการวูบๆ วาบๆ หรือดับ ระบบสั่งงานต่างๆมีความเสถียรใช้ได้ แต่ก็ได้ยินมาว่า ในวันทดสอบของสื่อมวลชน มีรถบางคันรวนที่จอภาพมาตรวัดในการแจ้งความเร็วกับข้อมูลต่างๆขณะขับขี่ ต้องรีบูธใหม่เพื่อทำให้จอสามารถกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม

GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID

นอกจากจะใช้รูปแบบงานภายในที่คล้ายรถยุโรปราคาแพงแล้ว เบาะของ H6 ยังใช้โทนสีที่เรียบง่ายสะอาดตาและดูดี (มาก) ความหรูหราด้วยสีของเบาะนั่งและงานตกแต่งบริเวณแผงประตูกับคอนโซลกลาง H6 Hybrid เป็นรถที่มีภายในสวยงามจากการออกแบบ และใช้วัสดุคุณภาพดี กับอุปกรณ์ตกแต่งที่แสดงออกถึงความใส่ใจ งานตัดเย็บที่ประณีต จุดเด่นของภายในอีกตำแหน่งก็คือ หลังคากระจกไฟฟ้าแบบ พาโนรามิก ซันรูฟ ขนาด 1.2 ตารางเมตร เบาะหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง อันนี้นั่งได้สบายตัวแต่เบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้าของรุ่นท็อปไม่มีตำแหน่งให้ยกบริเวณที่รองน่อง เบาะนั่งทั้งคู่หน้าและด้านหลัง ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ โดยเบาะคู่หน้าสามารถปรับได้ 6 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังปรับด้วยระบบไฟฟ้า จัดท่านั่งให้สบายและอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นวิสัยทัศน์ได้ดี ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่และเพิ่มความปลอดภัย มาพร้อมกับการบำรุงรักษาที่ง่าย ที่เจ๋งและชอบก็คือ การระบายอากาศที่เบาะหน้า สามารถปรับระดับได้ โดยสามารถระบายอากาศได้อย่างรวดเร็วและช่วยควบคุมอุณหภูมิเบาะให้เหมาะสมได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในวันที่มีอากาศร้อน เบาะที่มีระบบปรับอากาศอยู่ภายใน เท่าที่เคยทดสอบ มีเฉพาะ Lexus บางรุ่นเท่านั้น! Haval H6 HEV ยังมีไฟตกแต่งภายในตอนกลางคืนหรือที่เรียกว่า Ambient Light ให้มาอีกด้วย

GWM HAVAL H6 HYBRID

ฝาท้ายไฟฟ้าทำให้เกิดความสะดวกในการขนสัมภาระ ส่วนพื้นที่ภายในของห้องเก็บสัมภาระท้ายมีการออกแบบเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการขนของอย่างเต็มที่ พื้นที่เก็บสัมภาระมีความอเนกประสงค์ สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย ทั้งพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ออกแบบให้มีพื้นระดับต่ำกว่าเพื่อช่วยเพิ่มความจุ และยังสามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้ด้วยการปรับเบาะหลังให้แบนราบ ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการขนของ

GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID

HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์ไฟฟ้าเบนซินไฮบริด (ไม่มีระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟ) ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง แบบ 4 กระบอกสูบ ปริมาตรความจุ 1.5 ลิตร ระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์ มีกำลังจากเครื่องยนต์ 110 kW หรือ 150 แรงม้า มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังสูงสุด 130 kW หรือ 177 แรงม้า กำลังรวมทั้งระบบ 179 kW หรือ 243 แรงม้า แรงบิดจากเครื่องยนต์ 230 นิวตันเมตร แรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 300 นิวตันเมตร แรงบิดทั้งระบบรวม 530 นิวตันเมตร มีประสิทธิภาพเชิงความร้อน 38% HAVAL H6 Hybrid SUV ใช้เพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT ระบบส่งกำลังใช้เกียร์สองชุด (เกียร์ของเครื่องยนต์และเกียร์ของมอเตอร์ไฟฟ้า) ตอบสนองการขับได้ดีทั้งขับในเมืองและออกทางไกล ระบบเกียร์ไฮบริดรุ่นแรกที่มี 2 ระบบเกียร์ (1 ระบบเกียร์ที่เครื่องยนต์และอีก 1 ระบบเกียร์ที่มอเตอร์ขับเคลื่อน) เพื่อรองรับการขับที่หลากหลาย โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และการปล่อยมลพิษ

GWM HAVAL H6 HYBRID - Systems
GWM HAVAL H6 HYBRID - Systems
GWM HAVAL H6 HYBRID - Systems
GWM HAVAL H6 HYBRID - Systems

        ระบบช่วยเหลือผู้ขับ และระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety)

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) พร้อมกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ EYEQ4 ของโมบายอาย ช่วยควบคุมในช่วงความเร็วเต็มพิกัดที่กำหนดไว้ รวมถึงการหยุดและรีสตาร์ตกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า

        ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICA)

ทำงานตามความเร็วที่ผู้ขับขี่ตั้งเอาไว้ แต่จะตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย

        ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA)

เป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วต่ำ

        ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI)

เป็นหนึ่งในระบบที่ดีที่สุดในระดับ 2+ (L2+) ที่มาพร้อมระบบการตรวจจับคนเดินถนน และทางแยก โดยสามารถคำนวณระยะทางระหว่างรถและคนเดินถนนได้แบบเรียลไทม์ มีสัญญาณเตือนด้วยเสียงและการเบรกอัตโนมัติช่วยหลีกเลี่ยงการชนหรือลดแรงกระแทก และยังมีการเตือนการชนด้านหน้าและด้านหลัง โดยใช้เรดาร์ด้านหน้าและหลัง เพื่อพิจารณาระยะทาง ทิศทาง และความเร็วสัมพัทธ์ของรถคันอื่น

        ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA)

ช่วยควบคุมพวงมาลัยให้รถอยู่ในเลน

        ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)

แจ้งเตือนเมื่อรถกำลังออกนอกเลน

        ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK)

ควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน

        ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK)

หากมีการตรวจสอบพบรถอีกคันกำลังแล่นมา หรือมีรถแซงขึ้นมาจากอีกเลนหนึ่ง ระบบจะทำการแทรกแซงการทำงานมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดการชน

        ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD)

ใช้เรดาร์ตรวจสอบรถในเลนที่ติดกันโดยหากมีหากอยู่ใกล้มากจนเสี่ยงที่จะเกิดการชนเนื่องจากจุดอับสายตาตามธรรมชาติ ระบบจะมีไฟเตือนเพื่อแสดงที่กระจกด้านนอกในด้านที่เหมาะสม

        ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS)

ระบบจะตรวจสอบรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถที่มีขนาดยาว โดยในระหว่างการแซง ระบบจะรักษาช่องว่างระหว่างรถตามระยะที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ และจะหมุนรถให้กลับสู่เลนเดิมอัตโนมัติ

        การเข้าโค้ง

เมื่อระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ทำงาน กล้องจะทำการตรวจสอบความโค้งของถนน และความเร็วจะถูกปรับอัตโนมัติหากจำเป็นต้องลดความเร็วในขณะเข้าโค้งเพื่อความปลอดภัย และเมื่อผ่านโค้งไปแล้ว รถจะกลับเข้าสู่ความเร็วเดิมที่ตั้งไว้

         ระบบตรวจจับและตีความหมายป้ายจราจร (TSR
กล้องจะทำงานร่วมกับชิปประมวลผลภาพโดยสามารถวิเคราะห์ป้ายจราจร เช่น ป้ายจำกัดความเร็ว และจะมีสัญญาณเตือนด้วยเสียงและภาพแสดงบนหน้าจอเพื่อเตือนผู้ขับขี่หากขับเกินความเร็วที่กำหนด

         ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (VSC)

ตรวจสอบการหมุนของพวงมาลัยที่อาจจะมากหรือน้อยเกินไปในทางโค้ง เพื่อช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนโดยการลดคันเร่งและเบรกในแต่ละล้อ

          ระบบช่วยลงทางลาดชัน (HDC)

เบรกเพื่อช่วยควบคุมความเร็วของรถขณะขับบนทางลาดชันเพื่อให้ผู้ขับขี่มีสมาธิในการบังคับพวงมาลัย

          ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน (HSA)

เมื่อออกจากจุดที่หยุดนิ่งบนเนินสูงชัน เบรกจะยังคงค้างอยู่ราว 2 วินาที จนกระทั่งคันเร่งทำงานเพื่อป้องกันการถอยหลัง

          ระบบป้องกันการไหลของรถโดยการเบรกอัตโนมัติ (AVH)
เมื่อหยุดรถบนทางลาดลง เบรกจะทำงานอัตโนมัติจนกว่าจะมีการเหยียบคันเร่ง

          ระบบช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก (HBA)
ลดระยะเบรกในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยรถจะเพิ่มระบบช่วยเบรกเพื่อลดระยะการหยุดให้สั้นลง

          ระบบลดความเสี่ยงที่จะพลิกคว่ำ (ARS)
ช่วยชะลอและทรงตัวรถ หากตรวจสอบพบว่ารถมีการหมุนตัวมากเกินไป จะใช้ระบบเบรกและการควบคุมคันเร่งในการชะลอรถและทรงตัว

         ระบบตรวจความดันลมยาง (TPMS)
ระบบจะทำการวัดแรงดันลมยางอย่างต่อเนื่องและเตือนผู้ขับขี่หากมีแรงดันลมยางล้อใดลดลง

         กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา
ประกอบไปด้วยกล้องที่มองได้รอบ 4 ตัว มีความละเอียดคมชัด 4 Megapixel โดยระบบจะรวมเอามุมมองภาพทั้ง 4 กล้องมาสร้างภาพที่มีมุมมอง 360 องศา เพื่อแสดงให้เห็นมุมมองของรถในแบบ “เฮลิคอปเตอร์” และเปิดการทำงานอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่โหมดการถอยหลัง โดยสามารถดูได้เมื่อขับรถที่ความเร็ว 15 หรือ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและตอนสตาร์ตรถ

         ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IAP)
ใช้เซนเซอร์และกล้องในการตรวจสอบเพื่อตรวจจับวัตถุและเครื่องหมายบริเวณช่องจอดหรือจุดจอดรถและช่วยทำงานเต็มรูปแบบเพื่อเข้าจอด ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือแนวเฉียง โดยเมื่อระบุช่องว่างที่จะนำรถเข้าจอดแล้ว รถจะทำการจอดด้วยตัวเองด้วยการควบคุมพวงมาลัย เบรก และคันเร่ง

         ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
เซนเซอร์ช่วยตรวจสอบจุดอับสายตาด้านหลังของตัวรถทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของช่องทางเดินรถในขณะถอยหลัง เมื่อกำลังถอยหลังออกจากช่องจอดเข้าสู่ช่องจราจร เซนเซอร์หลังของรถจะทำการเช็กด้านซ้ายและขวาของช่องจราจรและส่งสัญญาณเตือนด้วยเสียงและภาพ หากผู้ขับขี่ยังเพิกเฉย ไม่หยุดรถ ระบบเบรกอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉินจะเริ่มทำงานด้วยการลดความเร็วและหยุดรถเพื่อหลีกเลี่ยงการชน

          ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA)
ในขณะที่ขับรถต่ำกว่า 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถจะบันทึกเส้นทางและสามารถถอยหลังกลับได้ในระยะ 50 เมตรโดยอัตโนมัติ และหากเลือกเกียร์ถอย รถจะสามารถถอยหลังกลับได้เองโดยใช้ข้อมูลสิ่งกีดขวางต่างๆ ที่ถูกบันทึกไว้

           ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู (DOW)
ระบบตรวจสอบและแจ้งเตือนวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหว หากพบการเปิดประตูรถ เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ เมื่อรถจอดเรียบร้อยแล้ว หากมีการตรวจจับวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวได้ เช่น มีรถหรือนักปั่น จะมีไฟเตือนการเปิดประตูจะแสดงขึ้นบนหน้าจอ และเมื่อประตูถูกเปิดออกในขณะที่วัตถุถูกตรวจจับได้ ไฟเตือนจะกะพริบและจะมีเสียงเตือน

          ระบบช่วยเตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ (DFM)
ประเมินและวิเคราะห์ลักษณะในการขับขี่ เช่นมุมบังคับเลี้ยว การเบรก การควบคุมไฟส่องสว่าง และใบปัดน้ำฝน ระยะเวลาในการขับ หากพบว่ามีลักษณะการขับขี่ที่เหนื่อยล้า หรือหลังจากขับรถด้วยความเร็วเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และขับรถมากกว่า 4 ชั่วโมง ระบบจะเตือนด้วยภาพและเสียงนาน 20 วินาที ทุกๆ 10 นาที โดยสามารถทำการตั้งค่าใหม่ได้ก็ต่อเมื่อทำการหยุดรถเท่านั้น รถจะทำการแจ้งเตือนและแนะนำให้หยุดพัก

          ระบบความปลอดภัยเชิงแก้ไข (Passive Safety)

ตัวถังทำจากเหล็กที่มีความแข็งแรงสูงและเชื่อมต่อด้วยเลเซอร์ สามารถดูดซับและลดแรงกระแทกเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เพื่อปกป้องผู้โดยสาร เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ในกรณีที่ถุงลมนิรภัยทำงาน สัญญาณเตือนอันตรายจะทำงาน ประตูจะถูกปลดล็อก และรถจะโทรติดต่อศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน และสามารถส่งตำแหน่งเพื่อขอความช่วยเหลือได้

GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID
GWM HAVAL H6 HYBRID

โดยภาพรวม GWM Haval H6 Hybrid เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ไซส์กลางที่น่าใช้งาน โดยเฉพาะการขับในเมืองกับรถคันโตที่มีพื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือ มิติตัวถัง พอฟัดพอเหวี่ยงกับ Honda CR-V หรือ Subaru Forester เครื่องยนต์ เกียร์ พวงมาลัย ช่วงล่าง ทำออกมาได้ในระดับที่น่าพอใจ ไม่ถึงกับดีเยี่ยมแต่ใช้งานได้จริง และแรงใช้ได้ในช่วงออกตัว ห้องโดยสารหรูหราสวยงาม อุปกรณ์ในรุ่น Ultra ให้มาเยอะมากจนใช้ไม่หมด โดยเฉพาะระบบช่วยขับและระบบความปลอดภัยนั้น จัดมาเต็มสูบจริงๆ กล้องมองรอบคันชัดเจน มีเส้นระนาบและการแสดงผลในย่านความเร็วต่ำหรือตอนจอดอยู่กับที่เพื่อสังเกตการ เป็นรถที่แสดงออกถึงความตั้งใจของเพื่อนรักจากแผ่นดินใหญ่ ในการที่จะสร้างจักรกลเดินทางที่มีประสิทธิภาพ มีความทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานของคนเมืองได้ดี รุ่น Pro มีราคา 1,149,000 บาท ส่วน H6 HEV รุ่นสูงสุด Ultra มีค่าตัว 1,249,000 บาท ถูกหรือแพง ลองไปทดสอบขับด้วยตัวเอง เปรียบเทียบความคุ้มค่าและความชอบส่วนตัวของคุณก่อนตัดสินใจ

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคและอุปกรณ์มาตรฐาน

รุ่น HAVAL H6 Hybrid SUV
รุ่น ULTRA
ขนาดและน้ำหนัก
ความยาว 4,653 มิลลิเมตร
ความกว้าง 1,886 มิลลิเมตร
ความสูง 1,724 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ 2,738 มิลลิเมตร
ระยะห่างของล้อคู่หน้าและหลัง 1,631 / 1,640 มิลลิเมตร
ความสูงใต้ท้องรถ 175 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง 61 ลิตร
เครื่องยนต์
แบบ DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบเทอร์โบ
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Gasoline Direct Injection
ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก 75 มิลลิเมตร x 84.9 มิลลิเมตร
ปริมาตรกระบอกสูบ 1,499 ซีซี.
กำลังรวมสูงสุด 179 กิโลวัตต์ (243 พีเอส)
แรงบิดรวมสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร
กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 110 กิโลวัตต์ (150 พีเอส) ที่ 5,500-6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดเครื่องยนต์สูงสุด 230 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500 – 4,000 รอบต่อนาที
กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 130 กิโลวัตต์ (177 พีเอส)
แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 300 นิวตัน-เมตร
ระบบส่งกำลัง
ระบบเกียร์ DHT
ระบบช่วงล่าง
หน้า Front อิสระแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง
หลัง Rear มัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบพวงมาลัย
ระบบพวงมาลัย ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า
ระบบเบรก
หน้า ดิสก์เบรก แบบมีช่องระบายความร้อน
หลัง ดิสก์เบรก
ล้อและยาง
ขนาดยาง 225/55 R19
ขนาดล้อ อัลลอย 19″
ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
กระจังหน้า สีดำ สีโครเมียม
ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และไฟส่องนำทางหลังดับเครื่องยนต์
ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ
ระบบไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED Daytime Running Light
ระบบไฟท้ายแบบ LED Light Strip
ระบบไฟตัดหมอกหน้า LED
ระบบไฟตัดหมอกท้าย LED
กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว พับอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
หลังคาซันรูฟแบบ Panoramic เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
เสาอากาศแบบครีบฉลาม
ราวหลังคา
ประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้า
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน
สีภายใน สีดำ สีดำ / เทา
อุปกรณ์ตกแต่ง สีเงิน สีโรสโกลด์
ไฟ Ambient Light
หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกด้านหน้า
กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ
ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันหยุดอัตโนมัติขณะรถหยุดนิ่ง
เกียร์แบบ Electronic Shifter
โหมดการขับขี่แบบมาตรฐาน/ สปอร์ต/ ประหยัด/ สภาพถนนลื่น
กุณแจ Smart Key และระบบ Push Start
พวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อมระบบควบคุมเครื่องเสียงและจอแสดงข้อมูลการขับขี่
คอนโซลกลางสองชั้น พร้อมพักแขนและที่วางแก้วน้ำ
แผงบังสัมภาระท้ายรถ
วัสดุหุ้มเบาะ หนังสังเคราะห์
เบาะนั่งด้านหน้า เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมดันหลังไฟฟ้า
เบาะผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ปุ่มปรับตำแหน่งด้านคนขับ
ระบบระบายความร้อน
เบาะนั่งด้านหลัง พนักพิงเบาะพับได้แบบ 60:40
พนักพิงศีรษะตอนกลาง
ที่พักแขนตอนกลาง พร้อมที่วางแก้วน้ำ
ช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและหลัง
ช่องต่อ USB สำหรับกล่องบันทึกภาพ
ระบบความสะดวกสบาย
หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ 10″
ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย
ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ
ระบบนำทาง
ระบบ Wi-Fi
รีโมทควบคุมการปิดกระจก
ระบบปรับอากาศแยกซ้าย-ขวาอัตโนมัติ พร้อม CN95 filter O พร้อมระบบ Ionizer
ช่องปรับอากาศผู้โดยสารด้านหลัง
ระบบสั่งการด้วยเสียง (Voice command)
ระบบอัปเกรดระบบผ่านออนไลน์ (FOTA)
แอปพลิเคชันอัจฉริยะ
การเชื่อมต่อ ผ่านแอปพลิเคชัน
ระบบตรวจสอบสถานะประตูห้องโดยสารและประตูท้าย
ระบบตรวจสอบสถานะหน้าต่างห้องโดยสาร
ระบบตรวจสอบสถานะระบบไฟนำทางและไฟสัญญาณ
ระบบตรวจสอบระดับน้ำมันเชื้อเพลิง
ระบบตรวจสอบแรงดันและอุณหภูมิลมยาง
ระบบตรวจสอบสถานะหลังคาซันรูฟ
ระบบตรวจสอบสถานะระบบปรับอากาศ และฟอกอากาศ
ระบบตรวจสอบสถานะเบาะระบายความร้อน
ระบบค้นหาตำแหน่งรถยนต์
ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์
การควบคุม ผ่านแอปพลิเคชัน
ระบบล็อกประตู
ระบบปิดกระจก
ระบบปิดหลังคาซันรูฟ
ระบบเปิดและปิดประตูท้าย
ระบบเปิดและปิดเบาะระบายความร้อน
ระบบเปิดและปิดระบบปรับอากาศ
ระบบเปิดระบบปรับอากาศอัจฉริยะ
ระบบเปิดและปิดระบบฟอกอากาศ
ระบบค้นหารถยนต์
ระบบความบันเทิง
หน้าจอเครื่องเสียงแบบสัมผัส 12″
ระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติวามความเร็วรถ
ลำโพง 8 ตัวพร้อม Treble Woofer และ DTS
รองรับ Bluetooth, MP3
ระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะ
ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IAP)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA)
ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA)
กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา
ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI)
ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า (FCW)
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินที่ความเร็วต่ำ (LSEB)
ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ในภาวะฉุกเฉิน (ELK)
ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA)
ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK)
ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน (LCA)
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD)
ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนด้านหลัง (RCW)
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB)
ระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการชนครั้งที่ 2 (SCM)
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า/ ด้านข้าง และม่านถุงลม
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (VSC)
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS)
ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC)
ระบบลดความเสี่ยงที่จะพลิกคว่ำ (ARS)
ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน และลงทางลาดชัน (HSA / HDC)
ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก (BOS)
ระบบตรวจความดันลมยาง (TPMS)
เรดาร์กะระยะด้านหน้า และด้านหลัง
ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู (DOW)
ระบบช่วยเตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ (DFM)
ระบบช่วยเตือนเมื่อความเร็วสูงเกินค่ากำหนด
จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
รองรับน้ำมัน E20

ขอบคุณแหล่งข่าว : ไทยรัฐ

ข่าวล่าสุด

หมวดข่าว : ทั่วไป