"น้ำตาล ชลิตา" อยากเอาสลิ่มมาเผาในกองเพลิง รก ไฟไหม้ "โรงงานกิ่งแก้ว"

ขอบคุณรูปจาก : คมชัดลึก

Share on facebook
Share on twitter

ขนาดทวิตเตอร์ยังรับไม่ได้ ลบโพสต์ “น้ำตาล ชลิตา” ทวีตร้อนยิ่งกว่าไฟไหม้ “โรงงานกิ่งแก้ว” โบว์ ณัฏฐา วอนพรุ่งนี้ขอให้ได้สติค่ะ

ร้อนยิ่งกว่าไฟไหม้ “โรงงานกิ่งแก้ว” ก็เห็นจะเป็นทวีตของ “น้ำตาล ชลิตา” ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2559 ที่ออกมาแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ระทึกขวัญสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างสำหรับเหตุระเบิด ณ “บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด” ที่ ไทยและไต้หวันร่วมทุน ซึ่งยังคงไม่สามารถยุติเหตุการณ์ได้ เนื่องจากตลอดทั้งวันมีการปะทุขึ้นเป็นระยะ ตลอดจนความกังวลต่อสารพิษที่จะปนเปื้นอากาศและน้ำจนต้องอพยพผู้คนในบริเวณโดยรอบเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ @Namtanlita24 ได้ระบุว่า “อยากเอาสลิ่มมาเผ่าในกองเพลิงมาก รก” “เดี๋ยวก็จะมาบอกว่าถึงกับเผากับฆ่ากันเลยเหรออีกคอยดูนะ” “เผาก็กลัวอากาศเป็นพิษอีก ตายยาก” ถูกรีทวีตจำนวนมาก

ต่อมา ทวิตเตอร์ @NuttaaBow โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ตอบกลับทวีต “น้ำตาล ชลิตา” ว่า “พฤติกรรมเลียนแบบควรทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ ความหยาบคายความรุนแรง เมื่อไปเลียนแบบกันจะพากันยกระดับไปเรื่อย ๆ อย่างที่เห็น มาถึงจุดของ hate speech ในที่สุด วันนี้คุณซ้ำเติมสถานการณ์สังคมที่กำลังตึงเครียดด้วยการเติมเชื้อไฟสร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชนด้วยกันเอง พรุ่งนี้ขอให้ได้สติค่ะ”

ซึ่งต่อมาพบว่าทวีตของ “น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์” ต่อกรณี เหตุระเบิด “โรงงานกิ่งแก้ว”“บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด” ได้ถูกลบ โดยทางทวิตเตอร์แจ้งว่า “ทวีตนี้ละเมิดข้อบังคับของทวิตเตอร์”

ด้าน โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา ระบุ ขนาด Twitter มีมาตรฐานการควบคุมต่ำมากแล้วก็ยังลบโพสต์นั้นออกเพราะผิดมากและชัดเจน คนที่ไปสนับสนุนควรละอาย การที่ทำผิดแล้วมาช่วยกันแถว่าคนโน้นก็แย่คนนี้ก็แย่ มันไม่ใช้วิธีให้เหตุผลที่คนมีวุฒิภาวะควรจะทำ ถ้าอยากเอาชนะและสร้างสังคมที่ดีจริง ต้อง “เอ๊ะ” กับตัวเองแล้วว่าจะเดินต่อไปยังไง

ด้าน โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา ระบุ ขณะที่ มีความเคลื่อนไหวกรณีทวีตของ “น้ำตาล ชลิตา” ในเฟซบุ๊ก Arnond Sakworawich ผศ. ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบัน​บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ระบุ น้องน้ำตาลคนสวยที่แสนน่ารักครับ ผมไม่เคยมีความคิดว่าจะกวาดล้างสามกีบที่ทำผิดกฎหมายเข้าคุกนะครับ ไม่ว่าจะมาตรา 112 หรือ มาตรา 116 เอาเข้าจริงผมไปเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญตามหน้าที่ และพิจารณาองค์ประกอบความผิดตามเนื้อผ้าและตามความรู้ที่ผมมี ไม่ได้ผูกใจเจ็บ ไม่ได้คิดจะกลั่นแกล้งใคร ผมทำเพื่อรักษาหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม ที่สำคัญผมไม่เคยคิดที่จะเผาสามกีบให้ตายทั้งเป็นหรือจะไปฆ่าสามกีบเลยนะครับ เพราะมันบาปกรรม และเป็นการฆ่ามนุษย์ ตบยุงผมยังกลัวบาปเลยครับ ผมพยายามรักษาศีลห้าให้ได้

ผศ. ดร.อานนท์ ระบุอีกว่า วันนี้เกิดเหตุไฟไหม้ที่โรงงานโฟมแถวกิ่งแก้ว มีน้องกู้ภัยอายุเพียง 19 ปี ชื่อน้องพอส ซึ่งเป็นจิตอาสากู้ภัยและมีจิตใจที่กล้าหาญเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนได้ แต่ผมได้อ่านข้อความของนางงามที่ไปไม่ถึงจักรวาลบางคนที่ชื่อหวานมากมาย กล่าวคำว่า อยากเอาสลิ่มมาเผาในกองเพลิงมาก รก

“ผมตกใจมาก ไม่คิดเลยว่าใบหน้าที่งดงาม จะมีจิตใจที่ต่ำทรามเช่นนี้ มันน่าละอายเหลือเกิน เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ทำไมถึงลืมคำว่าฆ่ามนุษย์ไปได้” ผศ. ดร.อานนท์ ระบุต่อว่า พออ่านข้อความนางงามสามกีบแล้วก็ได้แต่ปลงอนิจจัง นึกรำพึงรำพันในใจว่า เอานะ จะกวาดล้างสามกีบที่ทำผิดเข้าคุก ก็ทำไปเถิดครับ ผมยอมรับได้และสนับสนุน แต่ผมคงไม่อาจจะสนับสนุนความคิดที่ว่า อยากเอาสามกีบมาเผาในกองเพลิงมาก เพราะสามกีบนั้นทั้งรกและเลว ความคิดเช่นนี้ผิดศีล ขาดเมตตา และอำมหิตมากเกินไปจริง ๆ ครับ ไม่ไหวจริง ๆ ครับ ไม่อาจจะยอมรับได้จริง ๆ

ขอบคุณแหล่งข่าว : คมชัดลึก

หมวดข่าว : ทั่วไป