สภาวิศวกรประเมินหาสาเหตุก๊าซรั่ว บางบ่อระเบิด

ข่าวสด
Share on facebook
Share on twitter

สภาวิศวกรประเมินสาเหตุเบื้องต้นท่อฉีกขาด ดันเศษดินกระจายแตะสายไฟฟ้าแรงสูง

ศ.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภาวิศวกร กล่าวภายหลังนำผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่สำรวจจุดที่เกิดเหตุก๊าซรั่วบริเวณท่อส่งท่อก๊าซธรรมชาติและพื้นที่รอบๆ ว่า จากการลงพื้นที่ในวันนี้ (23 ต.ค.) เห็นสภาพความฉีกขาดของท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ซึ่งท่อส่งก๊าซส่งมาจาก จ.ชลบุรี ผ่านบางปะกงไปถึง อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นท่อขนาด 36 นิ้ว ความหนา 1.5 เซนติเมตร ความลึก 4 เมตร เพราะจะต้องลอดใต้ถนนอ่อนนุชเทพราช

ทั้งนี้เหตุการณ์ที่ระเบิดคือท่อฉีกขาด โดยปกติก๊าซจะใช้แรงดันสูง เพราะต้องเดินทางเป็นร้อยกิโลเมตร เมื่อท่อฉีกขาดแรงดันทำให้ดินทะลักขึ้นมา และดินอาจจะมีเศษลอยขึ้นสูงไปแตะกับสายไฟฟ้าแรงสูง ทำให้เกิดประกายไฟและเมื่อก๊าซลอยไปเจอกับประกายไฟ ทำให้เกิดระเบิดขึ้น นั่นคือข้อสันนิษฐานเบื้องต้น หลังจากลงพื้นที่แต่ยังไม่สามารถระบุที่แน่ชัดได้ว่าทำไมท่อถึงฉีกขาด

รศ.เอนก ศิริพานิชกร รองประธานอนุกรรมการประสานงานด้านภัยพิบัติ สภาวิศวกร กล่าวว่า อยากให้กระทรวงพลังงานให้ข้อมูลกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กทม. กรมทางหลวง จะได้มีการระวังมากขึ้นในการขยายเมืองการขยายถนนการสร้างหมู่บ้านต่างๆ ฝากถึงประชาชนไม่ควรหวั่นวิตก กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก แต่ก็ต้องระมัดระวังไม่ควรทำกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ท่อส่งก๊าซ ให้สังเกตป้ายเตือนหรือรอยฉีกขาด หากพบก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในทันที

ทั้งนี้จากการตรวจวัดค่าปริมาณก๊าซด้วยอุปกรณ์ภาคสนามแบบพกพาพบมีค่า Lower Explosive Limit (LEL) ปริมาณเปอร์เซ็นต์ต่ำสุดของสารไวไฟบริเวณที่มีอันตรายน้อยลง (Warm Zone) ใกล้กับบริเวณอันตราย (Hot Zone) มีค่าเท่ากับ 0 ซึ่งบริเวณอันตราย (Hot Zone) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ดำเนินการจัดส่งโดรนเข้าวัดในพื้นเพื่อเฝ้าระวังเป็นระยะ

ขณะที่การตรวจวัดค่า Lower Explosive Limit (LEL) บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงประกอบด้วยบริเวณสถานีตำรวจภูธรตำรวจเปร็งมีค่่า LEL เท่ากับ 0 บริเวณร้าน7-11มีค่าเท่ากับ 0 เบื้องต้นสามารถควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในบริเวณอันตราย (HotZone) พร้อมให้ผู้เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนในป้องกันตนเองจากควันและมลพิษทางอากาศที่อาจเกิดขึ้น

ข่าวล่าสุด

หมวดข่าว : ทั่วไป