ค้นบ้าน'เสี่ยโป้'หาหลักฐาน เหตุยิงกันร้านนวด

ข่าวสด
Share on facebook
Share on twitter

วันที่ 29 ต.ค. ภายหลังจากที่นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้ อายุ 28 ปี ถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ระหว่างที่เดินทางมาลงบันทึกประจำวันแสดงความบริสุทธิ์ใจที่สน.ภาษีเจริญ ต่อมาพล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.9 นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลอาญาธนบุรี เลขที่ 538/2563 เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์เลขที่ 60/23-27 ถนนเพชรเกษม ซอย 44 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพ ซึ่งเป็นที่อยู่ตามภูมิลำเนาของเสี่ยโป้ โดยอาคารดังกล่าวเป็นอาคารสูง 4 ชั้น ปลูกติดกัน 7 คูหา แต่ละคูหาสามารถทะลุเชื่อมต่อกันได้ เนื่องจากปัจจุบันยังเปิดเป็นกิจการโรงงานเย็บผ้าและสกรีนเสื้อผ้า ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมของครอบครับเสี่ยโป้ เบื้องต้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายพบเพียงคนงานที่อาศัยอยู่ภายในประมาณ 10 คน ขณะที่ผลการปฏิบัติคาดว่าผู้บังคับบัญชาจะแถลงข่าวให้ทราบอย่างเป็นทางการในช่วงสายวันนี้

ขณะที่ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ กล่าวว่า หลังเสี่ยโป้ถูกควบคุมตัว ตนในฐานะนายประกันได้วางหลักทรัพย์เงินสด 400,000 บาท เอาไว้ก่อน ส่วนทางพนักงานสอบสวนจะอนุญาตให้ประกันหรือไม่ต้อง รอเสี่ยเคนเพื่อนสนิทของเสี่ยโป้ซึ่งถูกออกหมายจับร่วมกันมามอบตัว โดยตนจะเป็นผู้พาเข้ามามอบตัวด้วยตนเองภายในวันนี้ เชื่อว่าท้ายที่สุดทางพนักงานสอบสวนน่าจะให้ประกันตัวทั้ง 2 คน เนื่องจากทั้งคู่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี หรือไปข้องเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ที่สำคัญทั้ง 2 คน มีเจตนาเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง

ต่อมา น.ส.บานเย็น ชาญนรา อายุ 47 ปี แม่ของเสี่ยโป้ เปิดเผยภายหลังตำรวจเข้าตรวจค้นว่า ต้องขอบคุณตำรวจสน.ภาษีเจริญ ที่เข้ามาตรวจสอบในวันนี้ และให้ตนได้ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานว่าไม่มีอะไรมาแทรกแซง และยินดีให้ตรวจสอบทุกพื้นที่ของบ้าน ทั้งนี้ตำรวจไม่ได้ขออายัดอะไรไปเพราะไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ตกใจเพราะเหตุเกิดตั้งแต่วานนี้และรู้ว่าสาเหตุที่เจ้าหน้าที่มาตรวจค้นเพราะเหตุใด ตนก็อยากให้ไปตรวจค้นอีกฝ่ายหนึ่งเช่นกัน เพราะมีอาวุธปืนเอามายิงถล่มกัน 

น.ส.บานเย็น กล่าวว่า ได้ถามลูกชายทุกอย่างและทราบเรื่องวิวาทก่อนที่จะเดินทางไปห้ามลูกชายไม่ให้ต่อยกัน สำหรับในวันเกิดเหตุได้อยู่ในเหตุการณ์และไปห้ามลูกชายไม่ให้วิวาทและให้แยกย้ายกันไปทำมาหากิน หลังจากออกมาจากจุดเกิดเหตุไม่นานก็ได้ยินเสียงปืน โดยฝั่งตรงข้ามมีปืนหลายชนิด ที่สำคัญมีอาวุธปืนลูกซอง ทั้งนี้ทราบจากลูกชายว่ามีเรื่องกันมา 2 วัน ก่อนจะนัดต่อยตัวต่อตัว ใครแพ้หรือชนะก็ให้จบแล้วแยกย้ายกันไป แต่กลับเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

หมวดข่าว : ทั่วไป