สลด ตั้งเรียง 3 ศพเหยื่อครูเกษียณขยี้จยย.พ่วงข้าง คู่กรณีเสนอเงิน 4 แสนค่าเยียวยา

ข่าวสด
Share on facebook
Share on twitter

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 28 ธ.ค. เวลา 20.00 น. ที่วัดธรรมรัตน์ใน พื้นที่ ม.6 ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งสวดพระอภิธรรมศพ น.ส.กัลยาพร อายุ 54 ปี และ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 9 ปี หลานชาย รวมถึง น.ส.นิพาภรณ์ อายุ 47 ปี น้องสาว ซึ่งถูก นายเลิศ อายุ 67 ปี อดีตข้าราชการครูวัยเกษียณ ที่ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน 7847 ชลบุรี พุ่งเข้าชนเสยท้ายรถจักรยานยนต์แบบพ่วงข้าง ยี่ห้อยามาฮ่า สปาร์ค หมายเลขทะเบียน 4222 ฉะเชิงเทรา จนเสียชีวิตทั้ง 3 ราย เหตุเกิดบนถนนสายเขาไม้หอม-บ้านธรรมรัตน์นอก พื้นที่ ม.1 ต.เกษตรสุวรรณ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี วานนี้ (27 ธ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ขณะเกิดเหตุทำให้ผู้ที่นั่งมาบนรถ จยย.พ่วงข้างกระเด็นตกจากรถลงมาถูกเหยียบซ้ำ ส่วนคนขับรถยนต์กระบะได้พยายามขับหลบหนีแต่ถูกควบคุมตัวไว้ได้ 

โดยญาตินำศพทั้ง 3 คน กลับมาตั้งบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรมศพที่วัดธรรมรัตน์ ภายในศาลาเดียวกันแบบเรียงซ้อนกันทั้ง 3 ศพ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของบรรดาญาติๆ และชาวบ้านที่เดินทางมาร่วมในงานกว่า 120 คน

โดย นายนัส อายุ 75 ปี ผู้เป็นบิดา กล่าวว่า น.ส.กัลยาพร เป็นบุตรสาวคนที่ 3 ส่วน น.ส.นิพาภรณ์ เป็นบุตรสาวคนที่ 5 จากทั้งหมด 6 คน และ ด.ช.เอ เป็นเหลน ซึ่งเป็นลูกของบุตรชาย น.ส.กัลยาพร จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงอยู่ในระหว่างตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก จากความสูญเสียที่เกิดขึ้น และรู้สึกแน่นไปหมด จึงขอปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองต่อไป

ซึ่งในวันนี้ทางภรรยาและบุตรสาวของคนขับรถได้เดินทางนำเงินจำนวน 5 หมื่นบาทมาช่วยค่าทำศพแล้ว เมื่อเวลา 16.00 น. และพยายามที่จะเสนอเงินเยียวยาให้ทั้ง 3 ศพเป็นเงินจำนวน 4 แสนบาท แต่บรรดาบุตรของผู้ตายทั้ง 2 รายยังทำใจไม่ได้และยังไม่ยอมรับ เนื่องจากต้องสูญเสียคนไปมากถึง 3 ชีวิต แต่จะนำเงินแค่ 4 แสนบาทมาแลกกันนั้นมันเทียบกันไม่ได้เลย

ขณะที่ นายมานิต อายุ 31 ปี บุตรชายของ น.ส.นิพาภรณ์ กล่าวว่า หลังมารดาต้องมาเสียชีวิตลงเพราะคนเมาขับรถชนแล้วพยายามที่จะหลบหนีนั้น ได้ทำให้ครอบครัวของเราลำบากเนื่องจากปกติมารดา ซึ่งมีอาชีพขายไก่ย่าง ข้าวเหนียวปิ้ง และลูกชิ้นทอด ภายในร้านเดียวกันกับผู้เป็นป้าที่มีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวนั้น

จะเป็นผู้ดูแลน้องสาว คือ น.ส.สุธาทิพย์ วัย 16 ปี ซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.4 ในโรงเรียนมัธยมประจำ อ.ท่าตะเกียบ จะไม่มีคนคอยดูแลเนื่องจากตนเองนั้นไม่ได้อยู่ในพื้นที่ โดยมีอาชีพเป็นพนักงานในโรงงานใน ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งอยู่ห่างไกลจากบ้านกว่า 100 กม. ส่วนตาซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่นั้น ได้ไปรับจ้างทำงานยังในต่างพื้นที่เช่นเดียวกัน

ขณะที่บรรดาญาติๆ ที่อยู่ในพื้นที่นั้นก็ต่างมีอาชีพที่ต้องต่างคนต่างทำมาหากินแตกต่างกันไป และส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย จึงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป และจะให้น้องสาวไปอยู่กับใคร ทั้งที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนในพื้นที่ อ.ท่าตะเกียบ อยู่ด้วย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงอยากวอนขอว่า คนเมาอย่าขับรถเลย เพราะจุดจบจะต้องทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนลำบาก และไม่มีใครอยากให้คนในครอบครัวจากไปแบบนี้ มันไม่ควรเกิดขึ้นเลย

ขณะที่ นายนที อายุ 35 ปี ผู้ที่ต้องสูญเสียทั้งผู้เป็นมารดาและบุตรชายวัย 9 ขวบ กล่าวว่า มารดาพร้อมน้าสาวและบุตรชาย ได้พากันเดินทางไปตลาดที่ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี เพื่อที่จะไปซื้อของมาไว้ทำก๋วยเตี๋ยวขาย รวมถึงอาหารตามสั่ง และไก่ย่าง ก่อนเกิดเหตุไม่มีลางอะไรบอกมาก่อนว่าจะเกิดความสูญเสียขึ้น ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตที่เกิดขึ้นกับครอบครัวอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

ส่วนกรณีที่คนขับเขาอ้างว่ามารดาของตนขับรถตัดหน้านั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากมีพยานและคนเห็นเหตุการณ์จำนวนมาก รวมถึงในที่เกิดเหตุยังมีกล้องวงจรปิดด้วย นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุยังพบว่าผู้ที่ขับขี่รถยนต์กระบะ และพุ่งเข้ามาชนท้ายรถคันของมารดานั้น ยังเป็นคนที่ขับรถมาด้วยความมึนเมาสุราด้วย หลังจากที่ทาง จนท.ตำรวจ ได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ และออกสำนวนยืนยันมาให้แล้ว

โดยตนมีบุตรชายเพียงคนเดียว ที่ต้องมาสูญเสียชีวิตจากการที่คนเมาแล้วขับรถ จึงอยากจะบอกไปถึงยังคนที่เมาสุราแล้ว ขอให้คิดสักนิดก่อนที่คุณจะขับรถ แต่ขอบอกว่าอย่าขับเลยครับ ขอให้เมาแล้วนอนดีกว่า เพราะอุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ตลอด และไม่มีใครอยากสูญเสีย สำหรับงานสวดศพนั้น จะตั้งบำเพ็ญกุศล 3 คืนในเวลา 20.00 น. และจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 31 ธ.ค.63 นี้ 

หมวดข่าว : อาชญากรรม