รวบ 4 คนไทย ลักลอบข้ามแดนกลับไทย หลังข้ามไปทำงานที่เมียนมา

ข่าวสด
Share on facebook
Share on twitter

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดเชียงราย กรมควบคุมโรค ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคุมตัวและสอบสวนผู้ต้องหา 4 คน เป็นหญิง 3 คน และชาย 1 คน คือ

1. น.ส.นิราวรรณ์ จันดาลุย อายุ 29 ปี

2. น.ส.นงนุช ศรีหาวงค์ อายุ 28 ปี

3. น.ส.กนกพร แสนสันเทียะ

4. นาย ภัทรภรณ์ อายุวัฒน์ อายุ 28 ปี

ซึ่งทั้งหมดเคยทำงานที่คาราโอเกะแห่งหนึ่ง ในเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ได้ลักลอบข้ามลำน้ำเมย เพื่อเดินทางกลับเข้าประเทศไทย บริเวณท่าข้ามโดยผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน จากนั้นวันที่ 26 พฤศจิกาบน ได้เดินทางมาเที่ยวอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในอำเภอแม่สาย โดยหญิง 2 คน ถูกควบคุมตัวที่ด่านกิ่วทัพยั้ง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ขณะเดินทางโดยรถโดยสารปรับอากาศ แม่สาย – กรุงเทพมหานคร ปลายทางคือ พัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี

 

ส่วนชายและหญิงอีกสองคน ถูกควบคุมตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สาย ทั้งหมดจึงถูกดำเนินคดีในข้อหา ไม่เดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร ตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่าและสถานี หรือท้องที่ที่กำหนด ตามพระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 11 เจ้าหน้าที่นำตัวส่งเข้าสถานที่กักตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย เพื่อทำการตรวจโรคต่อไป จากการตรวจคัดกรองในเบื้องต้นแล้วไม่มีไข้

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลักฐานการลักลอบข้ามชายแดนเข้าออก โดยพบว่าหนึ่งใน 4 คนได้ถ่ายภาพโพสต์โชว์ในเฟซบุ๊กของตัวเอง ขณะที่ลักลอบเดินป่าในช่องทางธรรมชาติข้ามแม่น้ำเมยพร้อมกับโพสต์ท่ายิ้ม โชว์สองนิ้ว ขณะที่หอบข้าวของเดินในป่า และโพสต์ข้อความว่า “วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า ข้ามแม่น้ำมาจ๊ะเอ๋เมืองไทย” 

ทั้งนี้มีรายงานว่า พบกลุ่มคนไทยส่วนใหญ่เป็นหญิงสาว ที่ลักลอบข้ามฝั่งไปประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติเพื่อไปทำงานในผับ และร้านคาราโอเกะ โดยมีขบวนการนำพาคนเหล่านี้ลักลอบเข้าออกประเทศ มีรายงานว่ามีค่าใช้จ่ายต่อหัวเที่ยวละ 5,000-20,000 บาท และส่วนหนึ่งอาจจะมีชาวไทยในพื้นที่เองที่ที่ชำนาญเส้นทางป่าเขา และหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่เป็นผู้จัดหา และนำพาคนเหล่านี้เพื่อกินค่าหัว

หมวดข่าว : ทั่วไป