มายยู BNK48 ถูกสะกดรอยตามบนรถไฟฟ้า รปภ.ปฏิเสธช่วยเพราะออกกะแล้ว

ข่าวสด
Share on facebook
Share on twitter

เจอเรื่องสุดช็อกจนทำเอาเจ้าตัวเกือบสติแตก สำหรับ มายยู กวิสรา สิงห์ปลอด หรือ มายยู BNK48 เมื่อเจ้าตัวได้เจอ สตอล์กเกอร์ (stalker) ซึ่งเป็นผู้ชาย 2 คนเดินตาม และยังมีผู้หญิงอีกคนที่เป็นแก๊งเดียวกัน ขณะกำลังเดินทางกลับบ้านด้วยรถไฟฟ้า โดย มายยู เล่าว่า ตนเองนั้นได้ไปขอความช่วยเหลือกับ รปภ.หญิงของสถานีรถไฟฟ้า แต่ถูกปฏิเสธเพราะว่ากำลังจะออกกะแล้ว

ซึ่ง มายยู ได้เล่าเรื่องนี้ผ่านทางไลฟ์สดในแอปพลิเคชันของ BNK48 ในชื่อ iAM48 และทางเพจ “วิวาทะ BNK48” ได้ถอดข้อความจากไลฟ์สดนี้ว่า 

“ตอนนั้นหนูก็กลัวมาก หนูใจสั่นจะร้องไห้ แต่ว่าหนูต้องบอกตัวเองว่าเราต้องมีสติก่อน เพราะว่าถ้าเราสติแตกมันจะช่วยตัวเองไม่ได้เลย แล้วเราก็เดินขึ้นไปที่ชานชาลาคนก็น้อยอยู่ดี เราก็เดินไปหา รปภ.ผู้หญิง ก็บอกเขาว่า “หนูรู้สึกกำลังโดนตาม มีผู้ชาย 2 คน ใส่เสื้อยืดสีกรมคนนึง สีดำคนนึงกับกางเกงยีนส์ขายาว แล้วเขาไม่มีกระเป๋าอะไรเลย แล้วหนูรู้สึกว่าเขาไม่ได้มากันแค่สองคน เขามากันเป็นกลุ่ม”

 

เราก็บอก รปภ.ไป พี่ช่วยหนูหน่อยได้มั้ย ช่วยยืนเป็นเพื่อนหนูหน่อยจนกว่าขบวนรถไฟจะมาได้มั้ย เขาก็พูดกับหนูว่า “ไม่ได้ค่ะ เพราะว่าพี่หมดกะแล้ว” หนูก็ช็อกเลย หนูก็บอก “งั้นพี่ช่วยบอก รปภ.ที่จะมาเปลี่ยนกะใหม่ให้มาช่วยยืนเป็นเพื่อนหนูหน่อยได้มั้ยคะ หนูรู้สึกกำลังโดนตามอยู่ หนูรู้สึกไม่ปลอดภัยค่ะ”

เขาก็บอกว่า “ถ้าจะบอกคนข้างล่างหนูก็ต้องเดินไปบอกคนข้างล่างเอง” หนูก็ช็อกมาก ตอนนั้นหนูผิดหวังมากแล้วก็เสียใจมากทุกคน ประเทศไทยอ่ะ หนูเสียใจมากตอนนั้น แล้วหนูก็กลัวมาก ไม่มีใครช่วยหนูได้เลยเว้ย 

แล้วหนูโชคดีมาก มีน้องผู้หญิงคนนึงเขาได้ยินเราคุยกับ รปภ. น้องก็บอกว่า “พี่ไม่เป็นไรนะคะ พี่ใจเย็นๆ เดี๋ยวหนูจะอยู่เป็นเพื่อนพี่เอง พี่จะไปลงสถานีไหน เดี๋ยวหนูจะไปนั่งลงเป็นเพื่อน” แล้วก็ถามว่าคนที่ตามมารูปร่างหน้าตาหรือว่าชุดยังไง หนูจะได้ช่วยมองให้ พี่จะได้ไม่ต้องหันไปมองเขา ขอบคุณมากๆ ที่ได้ยินแล้วใส่ใจ คือน้องเป็นเด็กนักเรียนที่ไปเรียนพิเศษที่พญาไท ตอนแรกเรารอว่าจะขึ้นขบวนถัดไป แต่ว่าผู้ชาย 2 คนนั้นก็คือรอพร้อมเราเหมือนกัน แล้วตอนแรกอยู่โบกี้เดียวกัน น้องก็ถามว่า “พี่จะย้ายไปนั่งโบกี้ข้างๆ มั้ย ถ้าพี่ไม่อยากให้เขาเห็นพี่” ด้วยความที่สถานี Airport Link มันมีน้อยแค่ 45 สถานี แล้วทางที่เราไปมันเหลืออีกแค่ 3 สถานีแล้ว ก็เลยบอกน้องว่า “เขามากัน 3 คน พี่ก็กลัวว่าถ้าเขาไปรอทุกสถานีพี่จะทำยังไง” น้องก็เลยบอกว่า “พี่ไปลงสถานีไหนหนูไปลงด้วย” ก็เลยบอกไปว่า “พี่กลัวมาก และพี่ไม่อยากลงสถานีที่ไป เพราะว่ามีพี่ผู้หญิงแก๊งเขาที่มาดูว่าเราลงสถานีไหน”
น้องก็เลยบอกว่า “งั้นเอางี้มั้ย พี่ไปลงสถานีเดียวกับหนู แล้วเดี๋ยวพี่ค่อยเรียกแกร็บแท็กซี่กลับเลยดีกว่า มันปลอดภัยกว่าที่จะไปเสี่ยงในสถานีถัดๆ ไป” สุดท้ายก็ลงสถานีมักกะสัน แล้วก็แจ้ง รปภ.สถานีมักกะสัน ว่า เราโดนคนที่แต่งตัวแบบนี้ๆ นะ ตามมาตั้งแต่สถานีพญาไท รปภ.ที่สถานีมักกะสันเขาก็บอกจะคอยดูสถานการณ์ให้ เราลงมาข้างล่างก่อน แล้วน้องผู้หญิงเขาบอกว่า “พี่ลงไปก่อนเลย แล้วพี่ไปยืนกับ รปภ. เดี๋ยวหนูขึ้นไปดูให้ว่าเขาลงสถานีนี้ตามเรารึเปล่า”

คือเราขอบคุณน้องคนนั้นมากๆ มันทำให้เราเห็นน้ำใจของคน ขอบคุณมากจริงๆ ที่พร้อมช่วยเหลือแล้วน้องผู้หญิงเขาก็ขึ้นไปดูให้ แล้วก็ลงมาบอกว่าเขาไม่ได้ตามมาแล้ว แต่ถ้าพีไม่สบายใจเดี๋ยวหนูไปรอเป็นเพื่อน เราก็เดินจาก Airport Link มักกะสันลงมาที่ MRT เพื่อเรียกแกร็บ

แล้วแกร็บยังไม่มา น้องบอกว่าไงรู้ป่ะ “ไม่เป็นไรพี่ เดี๋ยวหนูยืนรอเป็นเพื่อนจนกว่ารถพี่จะมา จะเอาให้พี่สบายใจที่สุด พี่ไม่ต้องห่วงหนู” ตอนนั้นเรารู้สึกอิ่มใจและอุ่นใจมากที่คนช่วยเรา ถ้าไม่มีน้องคนนั้นเราตั้งใจจะไปบอกคนในโบกี้ให้ช่วยอยู่เป็นเพื่อนหนูหน่อย วันนั้นมายยูโทรคุยกับแม่ตลอดตอนนั่งแท็กซี่แล้วลุงที่ขับก็ได้ยินที่เราเล่าทั้งหมด

จนพอถึงหอเขาก็บอกเราว่าเรื่อง รปภ.มันไม่ได้จริงๆ เสียใจมากที่ได้ยินแบบนี้ แล้วลูกสาวเขาก็เคยโดนตาม มันต้องมีสติมากจริงๆ ต้องขอบคุณที่เรามีสติมากๆ สุดท้ายมันก็ทำให้มายยูรู้ว่าน้ำใจคนไทยมันก็ยังมี

จากการโดนตามครั้งนั้นมันค่อนข้างจะทำให้เราหลอน ถึงแม้ว่าพี่คนที่เดินชนเราจะไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรืออะไรก็ตาม เราไม่มีทางรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ถ้าเกิดใครไม่เคยโดนเรื่องการสตอล์กเกอร์จะไม่เข้าใจเลยจริงๆ ตอนเรานั่งคุยกับพี่ AR เขาก็เคยโดนสตอล์กเกอร์เหมือนกัน เขาเลยเข้าใจเรา

 

เราก็เลยบอกตัวเองว่า หลังจากนี้เราต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ เวลาเดินออกไปที่ไหนก็ตามที่มันมืดและเปลี่ยวก็ต้องไม่เล่นโทรศัพท์ละ ฝากถึงทุกคนด้วยนะคะ ยิ่งเป็นผู้หญิงที่ต้องเดินทางตอนกลางคืน หรือว่ากลับ MRT, Airport Link, BTS อย่าเล่นโทรศัพท์เลย และพยายามเปิด awareness เพื่อดูคนรอบข้างให้เยอะๆ เราไม่มีทางรู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเรา” 

ข่าวล่าสุด

ขอบคุณแหล่งข่าวจาก www.khaosod.co.th

หมวดข่าว :บันเทิง