Boring แสดงภาพความคืบหน้าภายในสถานีลูปศูนย์การประชุมลาสเวกัส

ข่าวสด
Share on facebook
Share on twitter

Boring บริษัทสร้างระบบลูปขนส่งผู้โดยสารผ่านอุโมงค์ใต้ดินของ Elon Musk ได้โพสต์คลิปวิดีโอใน Twitter พร้อมข้อความ “Tunnel Rave” ซึ่งแสดงถึงภาพความคืบหน้าภายในสถานีลูปศูนย์การประชุมลาสเวกัส (LVCC Loop) สื่อถึงปาร์ตี้ในอุโมงค์ที่เปิดเพลงแดนซ์สุดมันของศิลปิน Avicii ผู้ล่วงลับและแสงไฟ RGB ฉูดฉาดที่กะพริบไปตามเพลง ประมาณว่ากำลังเฉลิมฉลองที่สถานีระบบลูปแห่งนี้กำลังจะใกล้เสร็จ

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกรกฎาคม Elon Musk ประธานบริษัท Boring ได้โพสต์แสดงภาพเรนเดอร์ต้นแบบของสถานีลูปศูนย์การประชุมลาสเวกัสว่าอีกไม่นานสถานีแห่งนี้จะเสร็จออกมาหน้าตาเป็นดังรูปด้านล่าง 

เมื่อเปรียบเทียบรายละเอียดของสถานีในคลิปวิดีโอล่าสุดกับภาพเรนเดอร์ต้นแบบ จะสังเกตเห็นว่าบันไดเลื่อนได้ติดตั้งเสร็จแล้วพร้อมสำหรับเดินทางมาใช้บริการ และมีช่องอุโมงค์ที่มีแสงสว่างออกมาทั้ง 2 ด้านสำหรับให้รถยนต์ขนส่งผู้โดยสารวิ่งเข้าออก แต่ที่ยังไม่เสร็จก็คือ การขีดเส้นและแนวกั้นสำหรับจอดรถ , ป้ายหมายเลขประจำรถ และจอแสดงผลขนาดใหญ่ที่วางอยู่ด้านข้าง

Boring ได้ชนะการประมูลระบบลูปศูนย์การประชุมลาสเวกัสเมื่อพฤษภาคม 2019 โดยมีเป้าหมายจะเปิดตัวปลายปี 2020 และให้บริการสำหรับงาน CES 2021 ในช่วงต้นเดือนมกราคม จากนั้นบริษัทได้เริ่มขุดอุโมงค์เส้นแรกยาว 1,310 ม. ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน 2019 จนเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ต่อมาเดือนพฤษภาคมก็สามารถขุดอุโมงค์เส้นที่ 2 จนเสร็จ ซึ่งใช้เวลาขุดอุโมงค์แต่ละเส้นนาน 3 เดือน
ต่อมากลางเดือนกันยายน Musk เผยว่าอุโมงค์แห่งแรกใต้เมืองลาสเวกัสใกล้เสร็จแล้ว และคาดว่าจะเสร็จทันเริ่มงาน CES 2021 แต่น่าเสียดายที่งานนี้จะเปลี่ยนมาจัดผ่านการออนไลน์แทนเนื่องจากอยู่ระหว่างการแพร่ระบาดของ COVID-19
ตุลาคมที่ผ่านมามีข่าวว่า LVCC Loop มูลค่า 52.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่สร้างโดยบริษัท ฺBoring ซึ่งมีแผนว่าจะสามารถขนส่งผู้โดยสารระหว่างโซนหอประชุมได้มากกว่า 4,000 คนต่อชั่วโมง กลับต้องเจอกับข้อจำกัดในกฎระเบียบการป้องกันอัคคีภัยอนุญาตให้ขนส่งผู้โดยสารได้ 800 คนต่อชั่วโมง ซึ่งอาจจะส่งผู้โดยสารได้แค่ 1,200 คนต่อชั่วโมง
สรุปว่า จากคลิปวิดีโอแสดงความคืบหน้าคาดว่าสถานีลูปศูนย์การประชุมลาสเวกัสมีโอกาสที่จะเสร็จในเดือนธันวาคมนี้และน่าจะทันเปิดตัวในเดือนมกราคม 2021 ที่ตรงกับงาน CES และต่อจากนี้ถ้ามีความคืบหน้าเพิ่มเติมอย่างไรก็จะมาอัปเดตให้ทราบกันอีกครั้ง 

ขอบคุณแหล่งข่าวจากwww.beartai.com

หมวดข่าว :ไอที