ไทยฉีดวัคซีนโควิดทะลุ 102 ล้านโดส ย้ำบูสเตอร์โดส ช่วยรับมือโอมิครอนได้

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.64 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เป็นประธานพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่จังหวัดที่มีผลการดำเนินงานฉีดวัคซีนโควิด 19 ดีเด่นที่ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ครอบคลุมสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ ชลบุรี, สมุทรสาคร, เชียงใหม่, ภูเก็ต และฉะเชิงเทรา

ส่วนจังหวัดที่มีฉีดวัคซีนครอบคลุมกลุ่ม 608 สูงสุด คือ สกลนคร, นครพนม, ปทุมธานี, สมุทรปราการ และลำปาง สำหรับจังหวัดที่บริหารจัดการฉีดวัคซีนโควิด 19 ยอดเยี่ยมระดับเขต คือ แม่ฮ่องสอน, อุตรดิตถ์, นครสวรรค์, นนทบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ระยอง, ขอนแก่น, อุดรธานี, บุรีรัมย์, อำนาจเจริญ, ระนอง, ตรัง และนราธิวาส

นายอนุทิน กล่าวว่า ไทยฉีดวัคซีนโควิดทะลุเป้าหมาย 100 ล้านโดสก่อนสิ้นปี 2564 เหนือความคาดการณ์ ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เล็งเห็นความสำคัญร่วมรณรงค์จัดบริการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนทั่วประเทศให้ครอบคลุมในระยะเวลาที่กำหนดด้วยความเข้มแข็ง ทุ่มเท และ เสียสละ เพื่อให้ประชาชนไทยและพำนักในประเทศเกิดภูมิคุ้มกัน สร้างความปลอดภัยลดความรุนแรง ลดการเสียชีวิตจากโรคโควิด 19

ขณะนี้ฉีดได้ประมาณ 102 ล้านโดส โดยสธ.จะยังฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง คนยังไม่ได้รับวัคซีนครบเข็ม ขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งนำประชาชนเหล่านั้นมาฉีดวัคซีนให้ครบ

“เนื่องจากเรามีสภาวะการเข้ามาของเชื้อโอมิครอนในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ยืนยันและพิสูจน์ให้เห็นว่า การลดความเสี่ยงโอมิครอนคือบูสเตอร์ให้เร็วที่สุด จึงต้องรณรงค์ฉีดเข็ม 3 หรือ 4 หรือหากต้องฉีดเข็ม 5 หรือ6 ก็ต้องเร่งดำเนินการฉีด เพื่อสร้างความปลอดภัยมากที่สุด ฝากผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดว่า สธ.จัดหาวัคซีนมากเพียงพอให้บริการประชาชนได้ ไม่ว่าเข็มที่เท่าไรก็ตาม” นายอนุทิน กล่าว

รมว.สธ. กล่าวต่อว่า เร็วๆ นี้ได้ทราบข่าวที่น่าดีใจว่า แอสตร้าเซนเนก้าออกแถลงการณ์ยืนยันว่า หากได้รับวัคซีนเข็ม 3 ที่เป็นแอสตร้าฯ จะส่งผลต่อการป้องกัน ทั้งมิติการติดเชื้อ การเจ็บป่วย และการเสียชีวิตในภาพรวมในสายพันธุ์โอมิครอนเหมือนกับการรับแอสตร้าฯ 2 เข็ม ออกผลปฏิกิริยาที่ตอบสนองต่อสายพันธุ์เดลตา ยืนยันว่ามีประสิทธิผลประสิทธิภาพ 90%

จากนี้จะประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กรมควบคุมโรคขอให้คณะกรรมการฯ รับทราบเห็นชอบแนวทางปฏิบัติที่จะเร่งฉีดเข็ม 3 โดยเฉพาะคนรับแอสตร้าฯ มา 2 เข็มจะฉีดเข็ม 3 เข้าไป เป็นทริปเปิล A ส่วนคนรับแพลตฟอร์มอื่นๆ ก็จะมีแนวทางฉีดบูสเตอร์โดสให้ปลอดภัยเช่นกัน

นายอนุทิน กล่าวว่า ขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ อสม.ที่ให้ความร่วมมือ สธ.เสริมสร้างภูมิคุ้มกันประชาชนไทย หวังว่าข่าวการศึกษาต่างๆ ว่าโอมิครอนไม่น่าจะแสดงฤทธิ์รุนแรงมากไปกว่าเชื้อสายพันธุ์อื่นๆ ที่เรามีประสบการ์ต่อต้านมาแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นน่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่เหมือนปีที่แล้วที่ระบาดชุกเรายังไม่มีวัคซีน วันนี้เรามีวัคซีน หาพันธุกรรมการกลายพันธุ์รวดเร็ว มียาที่ผลิตเอง และจัดหาจากต่างประเทศ มีประสบการณ์สั่งสมกันมาจะครบ 2 ปีแล้ว ขอให้ทุกอย่างน่าจะจบสิ้นไปในสิ้นปีนี้

“ฝากผู้ว่าราชการจังหวัดเข้มๆ หน่อย ตอนเคานต์ดาวน์อย่าเกรงใจใคร ให้เขาเกรงใจเรา ผู้จัดงานต้องเกรงใจความเหน็ดเหนื่อยของข้าราชการ บุคลากรสาธารณสุขทุกคน และขอให้คำนึงถึงสุขภาพความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ จะทำให้การตัดสินใจพิจารณาอนุมัติอีเวนต์ต่างๆ ทำได้อย่างโล่งใจ ไร้ความกังวลใจ” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ขอให้ผู้ว่าฯ รับฟังนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ท่านต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นนักวิทยาศาสตร์ต้องประเมินสถาการณ์และวิเคราะห์ได้อะไรจะเกิดขึ้น ชั่งน้ำหนักความเสี่ยงต่างๆ ได้ ถ้าเสี่ยงเกินกว่าจะรับได้ ต้องไม่ลังเลใจให้คำแนะนำผู้ว่าราชการจังหวัดจะให้โก หรือโนโก

ยืนยันว่าไม่มีโทรศัพท์จากรัฐมนตรีหรือปลัดไปขอให้อำนวยความสะดวกเรื่องจัดงานแน่ เสียงตนเป็นอย่างนี้ให้ Verify ด้วย ขอให้มั่นใจเราไม่ทำเช่นนั้น ไม่มีญาติโยม มีแต่ความปลอดภัยประชาชน ขอให้ดำเนินการเต็มที่ปราศจากความกังวลใดๆ

ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. กล่าวว่า สถานการณ์ระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลกระทบวงกว้าง ต้องใช้หลายมาตรการควบคุมโรค แต่ความหวังคือวัคซีน จากความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่ให้บริการวัคซีนแก่ประชาชนเพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ลดความรุนแรง ภาวะแทรกซ้อนและเสียชีวิต รวมถึงผลกระทบระบบสาธารณสุข ประเทศไทยเตรียมพร้อมจัดหาวัคซีนให้ประชาชนเข้าถึงที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพมากที่สุด

สธ.เริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา ฉีดทั้งชาวไทยและต่างชาติ ภายใต้มาตรฐานการดำเนินสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การให้บริการได้รับความร่วมมือบริการวัคซีนจากทุกหน่วยงาน ทำให้การดำเนินงานในพื้นที่มีผลการได้รับวัคซีนมีความครอบคลุมสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คนมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน และเนื่องโอกาสไทยฉีดครบ 100 ล้านโดส ฉีดเข็มแรกกว่า 50 ล้านโดส ครอบคลุมมากว่า 70% ของประชากร เข็มสองมากกว่า 44 ล้านโดส ครอบคลุม 61% เข็มสามมากกว่า 5 ล้านโดส ครอบคลุม 7% ของประชากร

 

เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการดำเนินการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคอย่างดี จึงจัดงานดังกล่าวขึ้น เพื่อมอบโล่เกียรติคุณให้แก่พื้นที่ฉีดวัคซีนเข็ม 1 ครอบคลุมสุงสุด 5 อันดับแรก โล่ประกาศเกียรติยศของคุณ กทม.ที่ร่วมฉีดวัคซีนโควิด และใบประกาศเกียรติคุณแก่จังหวัดที่ร่วมฉัดวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่ประเทศไทย